แก้ม เดอะสตาร์

posted on 03 Sep 2011 22:06 by annaliza

ประวัติส่วนตัวของสาวแก้ม เดอะสตาร์4 

 

ชื่อ: วิชญาณี เปียกลิ่น

ชื่อเล่น: แก้ม   สถานะ: โสด

วันเกิด: 21 กันยายน 2532     อายุ: 22 ปี

ส่วนสูง: 170 ซม.             น้ำหนัก: 68 กก.

สีที่ชอบ: สีชมพู

อาชีพ: นักร้องและนักแสดง

สังกัดค่ายเพลง: เอ็กแซ็กท์, จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

แนวเพลงที่ชอบ: ป็อป, อาร์แอนด์บี, โอเปร่า,แจ๊ส, ลูกทุ่ง, โซล

ที่อยู่: 131/140 ม.5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

 

 
ประวัติชีวิตและครอบครัว 

       แก้มอาศัยอยู่กับมารดาและน้องสาวเพียงลำพังตั้งแต่อายุ 3 ปี ที่จังหวัดภูเก็ต มารดาของแก้ม คือ ญาดา เปียกลิ่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประสานงานการพยาบาล ณ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โดยมารดาของแก้มเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนแก้มด้านการร้องเพลงอย่างจริงจังมาโดยตลอด  น้องสาวของแก้ม คือ จิณภัค เปียกลิ่น หรือ ลูกเกต เดอะสตาร์ 6 นักร้องในสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เช่นกัน

ก้าวสู่การร้องเพลง 

       แก้มเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 3 ปี เพลงแรกที่แก้มร้องได้ คือ เพลง "ต้องสู้" ของเจินเจิน บุญสูงเนิน เนื่องจากแก้มชอบดูโทรทัศน์และสามารถจดจำเพลงต่าง ๆ ได้ดี จึงทำให้ชื่นชอบการร้องเพลงมาโดยตลอด

       ในขณะที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง จังหวัดภูเก็ต อาจารย์ที่โรงเรียนคัดเลือกให้แก้มเป็นตัวแทนประกวดร้องเพลงเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการก้าวสู่การประกวดร้องเพลง เพลงที่ใช้ประกวดในครั้งแรก คือ เพลง "สั่งนาง" ของมนต์สิทธิ์ คำสร้อย

เจ้าแม่เวทีการประกวด

       เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนสตรีภูเก็ต แก้มได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนเดินสายประกวดร้องเพลงในเวทีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีอาจารย์ฉวีวงศ์ สกุลตัน อาจารย์สอนศิลปะเป็นผู้สนับสนุน แก้มได้รับรางวัลชนะเลิศหลายรายการ ระหว่างนี้ แก้มได้ฝึกฝนการร้องทั้งเพลงไทยและสากลในแนวเพลงอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะแนวป็อป อาร์แอนด์บี และโอเปร่า

       ในการประกวดร้องเพลงรายการต่าง ๆ มารดาของแก้มเป็นผู้ดูแลอยู่เสมอ ทั้งการค้นหาข่าวสารการประกวด การเดินทาง ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งให้กำลังใจ แนวคิด และการอบรมสั่งสอนด้านการวางตัวที่ถูกต้อง

 

 

"เดอะสตาร์หญิง" คนแรกของไทย

       ในปี พ.ศ. 2551 ขณะเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ณ โรงเรียนสตรีภูเก็ต แก้มได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ "เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 4" ขณะอายุ 18 ปี โดยได้แรงบันดาลใจจากผู้ชนะการแข่งขัน "เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว" ปีที่ 1 คือ "สน" สนธยา ชิตมณี ซึ่งมาจากภาคใต้เช่นเดียวกัน โดยแก้มได้รับหมายเลขประจำตัวในการแข่งขัน คือ หมายเลข 4 ในวันประกาศผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ อาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551 แก้มได้รับตำแหน่ง "เดอะสตาร์" จากคะแนนโหวตของประชาชนทั่วประเทศ โดยชนะด้วยคะแนนร้อยละ 61.17 ต่อ 38.83[4][5][6] ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์ของรายการ เนื่องจากแก้มเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชนะรายการนี้ และเป็นผู้หญิงคนแรกของไทยที่ชนะการแข่งขันรายการประกวดร้องเพลงแนวเรียลลิตี้โชว์ที่ตัดสินด้วยคะแนนโหวตจากประชาชนทั่วประเทศ

ศิลปินอาชีพ 

       หลังจากจบรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 4 แก้มได้เข้าเป็นนักร้องในสังกัดเอ็กแซ็กท์ ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และได้ผ่านการสอบคัดเลือกตรง เข้าศึกษา ณ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส อัลบั้มแรกของแก้มมีชื่อว่า "GAM" วางแผงเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 อัลบั้มนี้สะท้อนตัวตนของแก้มที่ชื่นชอบและสามารถร้องเพลงได้หลายแนว จึงทำให้อัลบั้มนี้เป็นแนววาไรตี้ คือ ประกอบด้วยแนวเพลงที่หลากหลาย ทั้ง ป็อป อาร์แอนด์บี อคูสติก ฮิปฮอป เป็นต้น และในปี 2552 แก้มได้รับรางวัล "นักร้องหญิงยอดนิยม ประเภทเพลงไทยสากล" ในการประกาศผลรางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2008 ครั้งที่ 7 จากสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และอีกรางวันอื่น ๆ อีกหลายรางวัล

รางวัลที่เคยได้รับ
 
  • การประกวดร้องเพลง YAMAHA Thailand ระดับภาคใต้
  • "เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 4"
  • เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม
  • คนบันเทิงโดนใจนักข่าว โดย หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
  • เพลงประกอบละครยอดเยี่ยม (เพลง "แสงและเงา")
  • เดอะสตาร์ผู้ใช้เสียงเหมาะสมที่สุด
  • สีสันอวอร์ด 2009 สาขานักร้องหญิงแห่งปี
  • Seed Awards 2009 นักร้องหน้าใหม่สุดซี้ด
  • รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 2 นักร้องหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2008 ครั้งที่ 7 นักร้องหญิงยอดนิยม ประเภทเพลงไทย-สากล
  • การขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากล (หญิง)
  • Think Positive Women Awards 2010 โดย BSC Cosmetology
  • เอแบคโพล นักร้องหญิงที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด อันดับ 4
  • Gmember Awards 2010 ศิลปินหญิงยอดนิยม  

ผลงาน 

อัลบั้มเดี่ยว

  • GAM
  • Baby, It's You

เพลงประกอบละคร

  • เงาอโศก
  • สกุลกา
  • หัวใจพลอยโจร
  • มาลัยสามชาย
  • ตลาดอารมณ์
  • เงาพราย

เพลงประกอบภาพยนตร์

  • มหัศจรรย์มนต์รักเจ้าชายกบ (The Princess and The Frog)

ละครเวที

  • ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล

ละครโทรทัศน์

  • หัวใจพลอยโจร

พากย์ภาพยนตร์/การ์ตูน

  • มหัศจรรย์มนต์รักเจ้าชายกบ (The Princess and The Frog)

ตอบคำถามหน้า69

posted on 20 Aug 2011 19:50 by annaliza

1. มัลติเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร 

ตอบ มัลติมีเดีย คือ การนำข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของผู้รับข้อมูลเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลโดยการใช้ภาพและเสียงของคอมพิวเตอร์

2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ การนำเสนอในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ เนื่องจากสามารถนำเสนอภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้ สามารถปรับแก้ไขข้อมูลได้ตลอดเวลา ทำให้ข้อมูลมีความทันสมัยอยู่เสมอ อีกทั่งยังสามารถตกแต่งเว็บไซต์ให้สวยงามทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นมากกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ที่นำเสนอได้เพียงแค่ตัวอักษรและภาพนิ่งที่ไม่น่าสนใจ

3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง วิดีโอ สามารถสร้างจุดเชื่อมโยงข้อมูลได้อีกด้วย นอกจากนั้นเรายังสามารถเพิ่มเอฟเฟคในต่างๆ เพื่อทำให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น

4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ การเชื่อมโยงภายในเป็นการสร้างจุดเชื่อโยงไปยังจุดอื่นๆภายในไฟล์เดียวกัน ส่วนการเชื่อมโยงภายนอกเป็นการเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ

5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ โปรเจคเตอร์ มอนิเตอร์ วิดีทัศน์ วิดีโอ โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ค ฯลฯ

6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด  

ตอบ การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบมัลติมีเดียทำได้ง่ายที่สุด เนื่องจากการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบมัลติมีเดียมีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ซับซ้อน สามารถปรับแก้ไขข้อมูลได้ง่ายอีกด้วย

7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ สามารถทำได้โดยที่กดคลิกขวาบริเวณพื้นที่ว่างใดก็ได้ แล้วเลือกคำว่า “ออกแบบภาพนิ่ง” จากนั้นเลือกใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ

8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ สามารถตั้งค่าได้โดยคลิกเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือจะเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวเอง ให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการทดลองแสดงการเคลื่อนไหวด้วยการคลิกไอคอนเล่น

9. ยกตัวอย่างซอฟแวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกร

ตอบ Microsoft PowerPoint, Microsoft Word, Microsoft Excel 

 10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ สามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้ โดยใช้ข้อมูลที่ออกมาอยู่ในรูปของ แผนภูมิ เสียง ภาพวิดีโอ วิดีทัศน์ กราฟ ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น

11. เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ ไม่จำเป็น เนื่องจากมีสื่ออื่นๆที่สามารถที่นำเสนอข้อมูลได้แทนเครื่องพิมพ์ อย่างเช่น เครื่องฉายข้อมูลบนโปรเจคเตอร์ เปิดข้อมูลจากโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ ได้ โดยการคลิกปุ่มไอคอนคำว่าแทรกบริเวณแถบเครื่องมือด้านบน จากนั้นกดเลือก รูปภาพ ภาพยนตร์ เสียง หรือภาพตัดปะ และกดเลือกไฟล์รูปหรือเสียงที่เราต้องการ

13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง กราฟ เป็นข้อมูลที่ช่วยสรุปรายละเอียดที่มีเป็นจำนวนมาก ให้สามารถนำเสนอแล้วเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ยังน่าสนใจมากกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ หรือตัวอักษรที่มีเนื้อหามากและไม่น่าสนใจ

14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกัน จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ ฮาร์ดแวร์ โปรเจคเตอร์คอมพิวเตอร์

    ซอฟต์แวร์ – Microsoft Excel, Microsoft Word

15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ค, โทรทัศน์, วีดิทัศน์, เว็บไซต์, Tablet Microsoft, PowerPoint

โปรแกรมภาษาซี(C)

posted on 09 Jul 2011 12:34 by annaliza
        ภาษา  C  เป็นภาษาที่มีมาตรฐานในการเขียนโปรแกรมที่ชื่อว่า  ANSI (American  National  Standards  Institute)  และภาษา  C  เป็นภาษาที่มีใช้มาเป็นเวลานาน  โดยมีโครงสร้างอย่างง่ายพอสรุปได้ดังนี้
            1. มีฟังก์ชันชื่อว่า  main( )  อย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน  จึงจะสามารถทำการ  execute  program  ได้
            2. ขอบเขตฟังก์ชัน  main  (delimiters)  ในโปรแกรมภาษา  C  ใช้เครื่องหมาย  {  แทนการเริ่มต้นฟังก์ชัน  และใช้เครื่องหมาย  }  แทนการสิ้นสุดฟังก์ชัน  ดังนั้นเมื่อเขียนฟังก์ชัน  main( )  ทุกครั้งจะต้องมีเครื่องหมาย  {  และ  }  อยู่ด้วยเสมอ
            3. การปิดท้ายคำสั่งในภาษา C จะต้องใช้เครื่องหมาย ; (semicolon) เป็นการบ่งชี้ให้ C  compiler  ทราบว่าจบคำสั่ง  (statement)  แต่ละคำสั่งแล้ว
            4. ชื่อฟังก์ชันและคำสั่งในภาษา  C  จะต้องเขียนด้วยตัวอักษรตัวเล็ก  (lowercase letter) ทั้งหมดทั้งนี้เพราะ  C  compiler จะคิดว่าตัวอักษรตัวใหญ่  (uppercase letter)  กับตัวอักษรตัวเล็ก แตกต่างกัน  เช่น  main( ) ไม่เหมือนกับ Main( )  หรือ MAIN( )  เป็นต้น
            5. ชื่อตัวแปร  (variable name)  สามารถตั้งชื่อโดยใช้ ตัวอักษรตัวเล็กหรือตัวอักษรตัวใหญ่ก็ได้ หรือใช้ตัวอักษรตัวเล็ก กับตัวอักษรตัวใหญ่ผสมกันก็ได้           
 
สำหรับขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมภาษา  C  มีขั้นตอนสรุปได้ดังนี้คือ 

            1.ขั้นตอนเขียนโปรแกรมต้นฉบับ  (source  program)   แล้วบันทึกโปรแกรมพร้อมกับตั้งชื่อแฟ้มไว้ แฟ้มที่ได้จะมีนามสกุล  *.c  หรือ  *.cpp

            2.ขั้นตอนแปลโปรแกรมภาษา  C  ไปเป็นโปรแกรมภาษาเครื่อง  (object  program) ใช้คำสั่ง  compile  เพื่อแปลโปรแกรมภาษา  C  ไปเป็นโปรแกรมภาษาเครื่อง แฟ้มที่ได้จะมีนามสกุล  *.obj  ซึ่งในขั้นตอนนี้โปรแกรมต้นฉบับอาจเกิดความผิดพลาดทางไวยกรณ์ภาษา  (syntax  error)  ขึ้นได้  จึงต้องย้อนกลับไปแก้ไขโปรแกรมต้นฉบับในข้อ  1.  ให้ถูกต้องเสียก่อน

            3.ขั้นตอนเชื่อมโยง  (link)  โปรแกรมภาษาเครื่องเข้ากับ  library  function  ของภาษา  C  จะได้เป็น  execute  program  โดยใช้คำสั่ง  link  แฟ้มที่ได้จะมีนามสกุล  *.exe

            4.ขั้นตอนสั่งให้  execute  program   แสดงผลลัพธ์ออกมา โดยใช้คำสั่ง  run

            สำหรับข้อมูลของภาษา  C  มีดังนี้คือ  ตัวอักขระ  ค่าคงที่  และตัวแปร  ซึ่งในภาษา  C  ยังมีตัวดำเนินการหรือเครื่องหมาย  เพื่อไว้ใช้ในการเขียนโปรกรม  ดังนี้  ตัวดำเนินการคณิตศาสตร์  ตัวดำเนินการความสัมพันธ์  ตัวดำเนินการเชิงตรรกะ  ตัวดำเนินการเพิ่มค่าและลดค่า  ตัวดำเนินการบิตไวส์  ตัวดำเนินการกำหนดค่า  และตัวดำเนินการแบบเงื่อนไข  ซึ่งลำดับการทำงานของตัวดำเนินการ มีความสำคัญในการเขียนโปรแกรม 

            เนื้อหาสุดท้ายในบทนี้จะกล่าวถึงการแปลงชนิดข้อมูลภาษา  C  ซึ่งเป็นกฏเกณฑ์ในการแปลงชนิดข้อมูล ในกรณีข้อมูลต่างชนิดกันคือ  ถ้าค่าตัวแปร  หรือค่าคงที่ต่างชนิดกัน  ให้ทำการเปลี่ยนชนิดของข้อมูลที่มีขนาดเล็กให้เป็นชนิดของข้อมูลที่ใหญ่